ผลวิจัยจากสภากาชาดไทย
ผ้าปูที่นอนที่ใช้เทคโนโลยี Nano Zinc Oxide ช่วยลดปัญหาผดผื่นและความอับชื้นบนผิวหนังของผู้ป่วยติดเตียงได้จริง โดยมีผลงานวิจัยทางคลินิกรองรับ จากการศึกษาโดยสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพยาบาลสภากาชาดไทย พบว่าผู้ป่วยติดเตียงที่ใช้ผ้าปูที่นอน Nano Zinc มีผดผื่นที่ดีขึ้นเร็วกว่ากลุ่มที่ใช้ผ้าปูที่นอนทั่วไป ทั้งยังช่วยลดความชื้นและอุณหภูมิบริเวณผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ในบทความนี้ เราจะพาไปดูว่าผลวิจัยพบอะไรบ้าง และทำไมแค่เปลี่ยน "ผ้าปูที่นอน" ก็ช่วยให้ผู้ป่วยสบายตัวขึ้นได้
งานวิจัยพบอะไร?
งานวิจัยนี้ศึกษาผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 62 ราย ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย กรุงเทพฯ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มเท่า ๆ กัน คือ กลุ่มที่นอนบนผ้าปูที่นอน Nano Zinc (31 ราย) และกลุ่มที่ใช้ผ้าปูที่นอนทั่วไป (31 ราย) ทำการเก็บข้อมูลเป็นเวลา 14 วัน โดยวัดผลทุก ๆ 2 วัน
ผลที่ค้นพบมี 3 เรื่องสำคัญ:
ผดผื่นดีขึ้นเร็วกว่า
ก่อนเริ่มทดลอง มีผู้ป่วย 7 รายที่มีอาการผดผื่นแดงอยู่แล้ว (5 รายในกลุ่ม Nano Zinc และ 2 รายในกลุ่มผ้าทั่วไป) ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ใช้ผ้า Nano Zinc ผดผื่นดีขึ้นจนหายภายใน 4-8 วัน ในขณะที่กลุ่มผ้าทั่วไปยังคงมีผดผื่นอยู่ตลอดระยะเวลาที่ศึกษา
ลดความชื้นบนผิวหนัง
ค่าเฉลี่ยความชื้นผิวหนังบริเวณหลังและสะโพกของกลุ่ม Nano Zinc ต่ำกว่ากลุ่มผ้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ซึ่งหลังและสะโพกเป็นบริเวณที่ผู้ป่วยติดเตียงมักเกิดปัญหาผิวหนังมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่แนบสัมผัสกับที่นอนตลอดเวลา
ลดอุณหภูมิผิวหนัง
อุณหภูมิผิวหนังบริเวณหลัง สะโพก และขาของกลุ่ม Nano Zinc ต่ำกว่ากลุ่มผ้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ทั้ง 3 บริเวณ การที่อุณหภูมิผิวลดลง หมายความว่าผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวขึ้น และลดโอกาสเกิดผดผื่นจากความร้อนสะสม
ทำไม Nano Zinc ถึงช่วยได้มากกว่าผ้าทั่วไป?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ แค่เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ต่างกันจริงเหรอ? คำตอบอยู่ที่คุณสมบัติ 3 ข้อของ Nano Zinc ที่ผ้าทั่วไปไม่มี:
ลดแบคทีเรีย
อนุภาค Nano Zinc ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของผิวอักเสบและกลิ่นอับ โดยผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล ยับยั้งแบคทีเรียได้มากกว่า 99%
ช่วยระบายอากาศและลดความอับชื้น
Nano Zinc ช่วยให้ผ้าจัดการความชื้นได้ดีขึ้น ลดการสะสมของเหงื่อและความร้อนที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการระคายเคือง
ฝังในเส้นใย ไม่ใช่เคลือบผิว (Embedding)
จุดสำคัญที่ต่างจากผ้ากันเชื้อทั่วไปคือ Nano Zinc ถูกฝังลงในเนื้อเส้นใยตั้งแต่กระบวนการผลิต ไม่ใช่เคลือบภายหลัง จึงไม่หลุดลอกเมื่อซัก คุณสมบัติคงอยู่ตลอดอายุการใช้งาน แม้ผ่านการซักล้างด้วยอุณหภูมิสูงในระบบโรงพยาบาลก็ตาม
สรุป: เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ช่วยคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริงไหม?
จากผลวิจัยทางคลินิกนี้ คำตอบคือ ช่วยได้จริง การเลือกใช้ผ้าปูที่นอนที่มีเทคโนโลยีอย่าง Nano Zinc ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย แต่ช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีต่อผิวหนังของผู้ป่วย ลดความชื้น ลดอุณหภูมิ และลดโอกาสเกิดผดผื่น
เมื่อผู้ป่วยสบายตัวขึ้น การพักผ่อนก็มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งยังช่วยลดภาระของผู้ดูแลอีกด้วย
ดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับเต็ม
สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่สนใจข้อมูลเชิงสถิติและรายละเอียดกระบวนการวิจัย สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
ผ้าที่มี Nano Zinc จะระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางของผู้ป่วยหรือไม่?
มั่นใจได้ครับ ผ้า Nano Zinc ผ่านการรับรองมาตรฐาน OEKO-TEX® Standard 100 Class I ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยที่สุด เหมาะแม้กระทั่งผิวของเด็กทารกแรกเกิด จึงอ่อนโยนต่อผิวของผู้ป่วยที่บอบบาง และยังผ่านการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ตามมาตรฐาน ISO 10993-5 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้กับเครื่องมือแพทย์
ซักบ่อย ๆ คุณสมบัติจะหายไหม?
ไม่หายครับ เพราะ Nano Zinc ถูกฝังลงในเนื้อเส้นใย ไม่ใช่เคลือบผิว จึงไม่หลุดลอกเมื่อซัก คุณสมบัติคงอยู่แม้ซักมากกว่า 150 ครั้ง
นอกจากผ้าปูที่นอน ใช้กับอะไรได้อีก?
เทคโนโลยี Nano Zinc ประยุกต์ใช้ได้กับทุกผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่สัมผัสผิวผู้ป่วย เช่น ชุดผู้ป่วย ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าพันแผล เพื่อช่วยลดแบคทีเรียและสร้างสภาวะแวดล้อมที่สะอาดขึ้นรอบตัวผู้ป่วย
งานวิจัยนี้ทำโดยใคร น่าเชื่อถือแค่ไหน?
งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยนักวิจัยจากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพยาบาลสภากาชาดไทย (ISSN 1906-7925)
Nano Zinc ต่างจากผ้ากันเชื้อแบบเคลือบสารเคมีอย่างไร?
ผ้ากันเชื้อทั่วไปมักใช้วิธีเคลือบสารเคมีบนผิวผ้า ซึ่งจะค่อย ๆ หลุดลอกออกเมื่อซักหลายครั้ง ทำให้ประสิทธิภาพลดลงเรื่อย ๆ แต่ Nano Zinc ถูกฝังลงในเนื้อเส้นใยตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต จึงคงคุณสมบัติอยู่ตลอดอายุการใช้งาน ไม่หลุดลอก และไม่มีสารเคมีตกค้างที่ผิวผ้า
แหล่งอ้างอิง
- ม.ล. สมจินดา ชมพูนุท, วรรณเพ็ญ อินทร์แก้ว, ปิยะพร คามภีรภาพพันธ์. (2563). ผลของการใช้ผ้านาโนซิงค์ออกไซด์ต่อการเกิดผดผื่น ความชื้น และอุณหภูมิบริเวณผิวหนังของผู้รับบริการติดเตียง. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 13(1). ISSN 1906-7925. Thai Red Cross Nursing Journal, 13(1). ISSN 1906-7925.
- Wiegand, C., et al. (2013). Skin-protective effects of a zinc oxide-functionalized textile and its relevance for atopic dermatitis. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology, 6, 115-121.
- Ashraf, M., et al. (2016). Single-step antimicrobial and moisture management finishing of PC fabric using ZnO nanoparticles. Autex Research Journal.
- 4. OEKO-TEX® Standard 100 — มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยของสิ่งทอ (oeko-tex.com)
- ISO 10993-5:2009 — มาตรฐานทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ ระดับเดียวกับเครื่องมือแพทย์



